คู่มือตรวจรับงานบิ๊กคลีนนิ่งหลังก่อสร้าง เจ้าของอาคารต้องเช็กอะไรบ้าง?

การตรวจรับงานบิ๊กคลีนนิ่งหลังก่อสร้าง เจ้าของอาคารควรเช็กความสะอาดทุกพื้นที่ ตั้งแต่พื้น ผนัง กระจก ห้องน้ำ ระบบภายในอาคาร

บทความ
เผยแพร่เมื่อ: 27 ก.ค. 2569
แบ่งปันข่าวนี้:
คู่มือตรวจรับงานบิ๊กคลีนนิ่งหลังก่อสร้าง เจ้าของอาคารต้องเช็กอะไรบ้าง?

การตรวจรับงานบิ๊กคลีนนิ่งหลังก่อสร้าง เจ้าของอาคารควรเช็กความสะอาดทุกพื้นที่ ตั้งแต่พื้น ผนัง กระจก ห้องน้ำ ระบบภายในอาคาร ไปจนถึงจุดซ่อนเร้นต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีฝุ่น คราบปูน หรือเศษวัสดุก่อสร้างตกค้าง พร้อมใช้งานได้อย่างสมบูรณ์

บทความนี้จะพาไปดูขั้นตอนตรวจรับงานบิ๊กคลีนนิ่งหลังก่อสร้าง ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนใช้บริการ 7 จุดสำคัญที่ต้องเช็ก วิธีเลือกบริษัทที่ได้มาตรฐาน และแนวทางจัดการคราบตกค้าง เพื่อให้อาคารสะอาดพร้อมใช้งาน

บิ๊กคลีนนิ่งหลังก่อสร้าง คืออะไร และต่างจากการทำความสะอาดทั่วไปอย่างไร?

บิ๊กคลีนนิ่ง (Big Cleaning) หลังก่อสร้าง คือการทำความสะอาดครั้งใหญ่ก่อนที่บ้าน หรืออาคารจะพร้อมเข้าอยู่หรือเปิดใช้งาน โดยเน้นกำจัดคราบ และสิ่งตกค้างจากงานก่อสร้าง เช่น

  • คราบซีเมนต์
  • คราบสี
  • คราบกาว
  • ฝุ่นหินปูน
  • และเศษวัสดุต่าง ๆ

ซึ่งแตกต่างจากการทำความสะอาดทั่วไป ที่เน้นเพียงการกำจัดฝุ่น และสิ่งสกปรกในชีวิตประจำวัน

บิ๊กคลีนนิ่ง (Big Cleaning) หลังก่อสร้างมักใช้น้ำยาเฉพาะทาง เช่น น้ำยาขจัดคราบซีเมนต์ น้ำยาขัดกระจก และอุปกรณ์ระดับมืออาชีพ เช่น เครื่องพ่นน้ำแรงดัน เครื่องขัดพื้น เครื่องดูดฝุ่น-ดูดน้ำ และบันไดสำหรับงานที่สูง ซึ่งต่างจากอุปกรณ์ทำความสะอาดทั่วไปที่ใช้ในบ้านมาก

หากไม่แน่ใจว่า Big Cleaning ว่าครอบคลุมงานด้านใดบ้าง สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Big Cleaning คืออะไร? ทำไมต้องทำ และเมื่อไหร่ที่ต้องจ้าง

ทีม Big clening ทำความสะอาดหลังก่อสร้างเสร็จ

จุดสำคัญ:

Big Cleaning หลังก่อสร้างไม่ใช่แค่การเช็ดถูทำความสะอาด แต่คือการเตรียมพื้นที่ให้สะอาดถึงระดับที่คนสามารถเข้าอยู่ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งต้องใช้น้ำยาและอุปกรณ์เฉพาะทาง

วิธีเตรียมตัวก่อนใช้บริการบิ๊กคลีนนิ่งหลังก่อสร้าง

การเตรียมพื้นที่ก่อนวันนัดช่วยให้งาน Big Cleaning ดำเนินไปได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยควรตรวจสอบสิ่งสำคัญดังนี้

  • ตรวจสอบว่างานก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันฝุ่นและคราบใหม่จากงานที่ยังดำเนินต่อ
  • เก็บเศษวัสดุและขยะออกจากพื้นที่ เช่น เศษปูน เศษไม้ และวัสดุก่อสร้าง เพื่อให้ทีมเข้าทำความสะอาดได้สะดวก
  • ตรวจสอบระบบน้ำและไฟฟ้า ให้พร้อมใช้งาน เนื่องจากเป็นสิ่งจำเป็นระหว่างการทำงาน
  • แจ้งจุดที่ต้องการเน้นเป็นพิเศษ เช่น คราบซีเมนต์ คราบสี หรือคราบฝังแน่น เพื่อให้ทีมวางแผนทำความสะอาดได้ตรงจุด

7 จุดที่ต้องตรวจรับงานหลัง บิ๊กคลีนนิ่งเสร็จ

เมื่อทีมบิ๊กคลีนนิ่ง (Big Cleaning) แจ้งว่างานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าของอาคารควรตรวจสอบพื้นที่ให้ละเอียดก่อนเซ็นรับมอบงาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกจุดสะอาดตามมาตรฐาน ไม่มีคราบหรือสิ่งตกค้างจากงานก่อสร้าง โดยสามารถเช็กได้จาก 7 จุดสำคัญดังต่อไปนี้

1. กระจกและกรอบหน้าต่าง

กระจกต้องใสและไม่มีฝ้า ไม่มีรอยน้ำ รอยฝุ่น หรือคราบน้ำยาที่ยังเหลืออยู่ ให้ส่องแสงไฟหรือดูจากมุมต่าง ๆ เพราะรอยฝ้าบางอย่างมองไม่เห็นด้วยสายตาเปล่า กรอบหน้าต่างและซิลิโคนรอบกระจกต้องสะอาด ไม่มีคราบซีเมนต์หรือสีตกค้าง หากพบคราบตะกรันบนกระจกที่เช็ดไม่ออก ควรใช้น้ำยาเฉพาะ เพื่อไม่ให้กระจกเป็นรอย

2. พื้นและผิวกระเบื้อง

พื้นควรสะอาด ไม่มีคราบซีเมนต์ คราบสี ฝุ่นสะสม หรือรอยจากงานก่อสร้าง ตรวจสอบตามร่องยาแนวว่าปราศจากคราบดำและสิ่งสกปรก สำหรับพื้นไม้หรือพื้น PVC ควรเช็กเพิ่มเติมว่าไม่มีรอยขีดข่วน

3. ห้องน้ำและสุขภัณฑ์

ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่ต้องตรวจละเอียด เพราะมักมีคราบจากงานก่อสร้างหลงเหลือ เช่น คราบปูน คราบยาแนว และคราบตะกรัน ควรตรวจโถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า ฝักบัว กระจก และอุปกรณ์ต่าง ๆ ว่าสะอาดพร้อมใช้งาน ไม่มีคราบน้ำหรือคราบสกปรก รวมถึงท่อระบายน้ำว่าระบายน้ำได้ปกติ ไม่มีเศษวัสดุหรือฝุ่นอุดตัน

4. เพดานและมุมห้อง

บริเวณเพดาน ขอบมุมห้อง รอยต่อผนัง ช่องแอร์ และพื้นที่สูง เป็นจุดที่ฝุ่นจากงานก่อสร้างสะสมได้ง่าย และมักถูกมองข้าม ควรตรวจว่ามีการเก็บฝุ่น ใยแมงมุม และคราบสกปรกออกครบแล้ว รวมถึงเช็กตามมุมห้อง หลังประตู และพื้นที่ซ่อนต่าง ๆ ว่าไม่มีเศษวัสดุตกค้าง

ทีม Big clening ทำความสะอาดบ้านที่พึ่งก่อสร้างเสร็จ

5. ประตูและวงกบ

ตรวจสอบบานประตู วงกบ มือจับ ลูกบิด และบานพับ ว่าไม่มีคราบสี คราบกาว ฝุ่น หรือรอยนิ้วมือจากงานก่อสร้าง ควรทดลองเปิด–ปิดประตูทุกบาน เพื่อดูว่าการใช้งานเป็นปกติ ไม่มีเสียงผิดปกติ หรือมีเศษวัสดุติดขัดบริเวณรางและบานพับ

6. ระเบียงและพื้นที่ภายนอก

พื้นที่ภายนอก เช่น ระเบียง ทางเดิน หรือพื้นที่ส่วนกลาง ควรตรวจสอบเช่นเดียวกับพื้นที่ภายในอาคาร ควรเช็กว่าพื้นไม่มีคราบซีเมนต์ คราบสี เศษปูน หรือเศษวัสดุก่อสร้าง รวมถึงราวจับ ราวระเบียง และมุมต่าง ๆ ว่าทำความสะอาดครบทุกด้าน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีฝุ่นสะสมได้ง่าย

7. ห้องครัวและเครื่องใช้ไฟฟ้าติดตั้ง

ตรวจสอบพื้นที่ครัว เช่น เคาน์เตอร์ ซิงค์ล้างจาน ตู้เก็บของ และอุปกรณ์ติดตั้งต่าง ๆ ว่าสะอาดพร้อมใช้งาน สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เตา ฮู้ดดูดควัน หรือตู้เย็น Built-in ควรตรวจทั้งภายนอก และภายใน ไม่มีฝุ่น คราบกาว หรือคราบจากการติดตั้งตกค้าง รวมถึงเช็กบริเวณรอยต่อ และซอกมุมที่อาจมีสิ่งสกปรกสะสม

สรุป

การตรวจรับงานบิ๊กคลีนนิ่งหลังก่อสร้างไม่ควรดูแค่ความสะอาดที่มองเห็นภายนอก แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดทุกจุด ตั้งแต่พื้น ผนัง กระจก ห้องน้ำ ไปจนถึงพื้นที่ซ่อนเร้นต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีฝุ่น คราบปูน คราบสี หรือเศษวัสดุก่อสร้างตกค้าง

การเตรียมพื้นที่ก่อนใช้บริการ รวมถึงการตรวจรับงานอย่างละเอียดหลังทำความสะอาดเสร็จ จะช่วยลดปัญหางานแก้ไขภายหลัง และทำให้อาคารพร้อมเปิดใช้งานได้อย่างมั่นใจ หากต้องการผลลัพธ์ที่ได้มาตรฐาน ควรเลือกบริษัท Big Cleaning ที่มีทีมงานเชี่ยวชาญ ใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง และมีขั้นตอนการทำงานที่ชัดเจน เพื่อให้พื้นที่สะอาด ปลอดภัย และพร้อมใช้งานในระยะยาว

FAQ

Q1: Big Cleaning หลังก่อสร้างควรทำก่อนหรือหลังติดตั้งเฟอร์นิเจอร์?

A: ควรทำก่อนติดตั้งเฟอร์นิเจอร์เสมอ เพราะทีม Big Cleaning จะได้เข้าถึงทุกพื้นผิวได้ครบ รวมถึงพื้นและมุมห้องที่เฟอร์นิเจอร์จะปิดทับในภายหลัง

Q2: Big Cleaning หลังก่อสร้างใช้เวลานานแค่ไหน?

A: ใช้เวลา 1 วันเต็ม (6-8 ชั่วโมง) สำหรับบ้านขนาด 100-150 ตร.ม. แต่สำหรับอาคารขนาดใหญ่หรืองานที่มีคราบแน่นมาก อาจต้องใช้เวลา 2-3 วัน

Q3: ราคา Big Cleaning หลังก่อสร้างอยู่ที่เท่าไหร่?

A: ประมาณ 15-35 บาทต่อตารางเมตรสำหรับงานมาตรฐาน ราคาอาจสูงขึ้นถ้ามีงานพิเศษ เช่น ขัดพื้นหรือล้างแอร์เพิ่มเติม สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Big Cleaning 2026 ราคาเท่าไหร่? ปัจจัยที่กำหนดราคา

Q4: ถ้าพบปัญหาหลังตรวจรับงานจากทีม Big Cleaning แล้วต้องทำอยางไร?

A: แจ้งบริษัทภายใน 24-48 ชั่วโมงพร้อมรูปถ่าย ระบุจุดที่มีปัญหาให้ชัดเจน บริษัทที่มีมาตรฐานมักรับประกันงาน และเข้ามาแก้ไขโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม

Q5: หลังทำ Big Cleaning เสร็จ ต้องตรวจรับงานอะไรบ้าง?

A: ควรตรวจสอบจุดสำคัญ เช่น กระจกและหน้าต่าง พื้น ห้องน้ำ เพดาน มุมห้อง ประตู พื้นที่ภายนอก ห้องครัว และอุปกรณ์ติดตั้งต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีคราบก่อสร้างหรือสิ่งตกค้างหลงเหลือ


หากต้องการบริการ Big Cleaning หลังก่อสร้าง ที่ได้มาตรฐาน Wow Cleaning มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการทำความสะอาด พร้อมอุปกรณ์เฉพาะทางและขั้นตอนการทำงานที่ละเอียด ครอบคลุมทั้งการกำจัดฝุ่น คราบปูน คราบสี และสิ่งตกค้างต่าง ๆ เพื่อให้อาคารสะอาด พร้อมใช้งานได้อย่างมั่นใจ

สามารถดูบริการเพิ่มเติมได้ที่ บริการรับทำความสะอาด Big Cleaning


📱 Tel: 065-228-8282 , 094-445-6688

💬 Facebook: WOW Cleaning Management

📩 Email: sales1wowcleaning@gmail.com , kanthamonwow@gmail.com

มองหาทีมทำความสะอาดมืออาชีพอยู่ใช่ไหม?

WOW Cleaning พร้อมดูแลพื้นที่ของคุณแบบครบวงจร ประเมินราคาหน้างานฟรี

ปรึกษาเรา

บทความแนะนำ

อัปเดตเทรนด์และเคล็ดลับดีๆ จากทีมงานของเรา

วิธีขจัดกลิ่นอับในห้องต่าง ๆ พร้อมสาเหตุที่หลายคนมองข้าม

วิธีขจัดกลิ่นอับในห้องต่าง ๆ พร้อมสาเหตุที่หลายคนมองข้าม

วิธีขจัดกลิ่นอับในห้อง ควรเริ่มจากกำจัดต้นเหตุ เช่น ความชื้น ฝุ่น เชื้อรา และทำความสะอาดจุดสะสมกลิ่น เพื่อให้ห้องกลับมาสะอาด สดชื่นได้นาน

บทความ 27 ก.ค. 2569
Deep Cleaning ควรทำบ่อยแค่ไหน? ตารางความถี่ทำความสะอาดเชิงลึกที่ใช้ได้จริงทั้งบ้าน

Deep Cleaning ควรทำบ่อยแค่ไหน? ตารางความถี่ทำความสะอาดเชิงลึกที่ใช้ได้จริงทั้งบ้าน

Deep Cleaning ควรทำทุก 3-6 เดือน เพื่อกำจัดฝุ่น คราบสกปรก และสิ่งตกค้างในจุดที่ทำความสะอาดทั่วไปเข้าไม่ถึง ส่วนห้องครัว ห้องน้ำ และบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ควรทำบ่อยขึ้น

บทความ 27 ก.ค. 2569
7 เคล็ดลับ ทำความสะอาดคอนโดให้หอม สะอาด และอยู่สบายตลอดวัน

7 เคล็ดลับ ทำความสะอาดคอนโดให้หอม สะอาด และอยู่สบายตลอดวัน

คอนโดสะอาด หอม น่าอยู่ได้ โดยเน้นจุดสะสมฝุ่น ความชื้น และกลิ่นอับ เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว และแอร์ ซึ่งเป็นจุดที่คอนโดระบายอากาศได้น้อยกว่าบ้านทั่วไป

บทความ 27 ก.ค. 2569