SLA คืออะไร? ทำความเข้าใจข้อตกลงการให้บริการก่อนเซ็นสัญญา

SLA หรือ Service Level Agreement คือข้อตกลงระดับการให้บริการที่ระบุมาตรฐานงาน ระยะเวลา และตัวชี้วัดความสำเร็จที่ผู้ให้บริการต้องทำตาม สำหรับ SLA ช่วยกำหนดให้ชัดเจนว่าพื้นที่ต้องสะอาดในระดับไหน ใช้เวลาเข้าดำเนินการเท่าไ

บทความ
เผยแพร่เมื่อ: 28 ก.ย. 2569
แบ่งปันข่าวนี้:
SLA คืออะไร? ทำความเข้าใจข้อตกลงการให้บริการก่อนเซ็นสัญญา

SLA หรือ Service Level Agreement คือข้อตกลงระดับการให้บริการที่ระบุมาตรฐานงาน ระยะเวลา และตัวชี้วัดความสำเร็จที่ผู้ให้บริการต้องทำตาม สำหรับ SLA ช่วยกำหนดให้ชัดเจนว่าพื้นที่ต้องสะอาดในระดับไหน ใช้เวลาเข้าดำเนินการเท่าไร และหากเกิดปัญหาต้องเข้ามาแก้ไขภายในกี่ชั่วโมง

บทความนี้จะพาไปดูว่าข้อกำหนดสำคัญใน SLA มีอะไรบ้าง ตัวชี้วัดที่ควรเช็กก่อนเซ็นสัญญา วิธีติดตามผลการให้บริการ และควรดำเนินการอย่างไรเมื่อผู้ให้บริการไม่สามารถทำตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้

SLA คืออะไร และสำคัญอย่างไรกับธุรกิจบริการทำความสะอาด

SLA คือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้ให้บริการ โดยระบุขอบเขตงาน มาตรฐานการให้บริการ และวิธีวัดผลไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีเกณฑ์เดียวกันในการประเมินว่างานที่ส่งมอบเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่

สำหรับธุรกิจทำความสะอาด เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญ เพราะคำว่า “สะอาด” อาจมีความหมายต่างกันในมุมของแต่ละคน หากไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจน ผู้ว่าจ้างอาจมองว่ายังมีคราบหรือจุดที่ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง ขณะที่ผู้ให้บริการอาจมองว่างานเสร็จตามมาตรฐานแล้ว

SLA จึงเข้ามาช่วยกำหนดรายละเอียดให้ตรวจสอบได้มากขึ้น โดยเฉพาะงานที่มีความซับซ้อนหรือมีความเสี่ยง เช่น Big Cleaning ออฟฟิศ หรือการทำความสะอาดอาคารสูงด้วยทีมโรยตัว ซึ่งนอกจากคุณภาพของงานแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยด้วย

General Cleaning ทำความสะอาดประจำวัน

จุดสำคัญ:

SLA ไม่ควรเป็นเพียงเอกสารที่แนบมากับสัญญาแล้วไม่ได้หยิบมาใช้งานจริง ก่อนเซ็นสัญญา ควรอ่านรายละเอียดและพูดคุยเรื่องเงื่อนไขต่าง ๆ ให้เข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้น

ข้อกำหนดหลักที่ควรมีใน SLA ของบริการทำความสะอาด

SLA ควรระบุขอบเขตงาน มาตรฐานความสะอาด ความถี่ในการให้บริการ ระยะเวลาแก้ไขปัญหา และความรับผิดชอบของผู้ให้บริการให้ชัดเจน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจเงื่อนไขตรงกันก่อนเซ็นสัญญา ประเด็นสำคัญที่ควรตรวจสอบมีดังนี้

1. ขอบเขตงานและพื้นที่ให้บริการ

SLA ควรระบุพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบให้ชัดเจน เช่น ห้องทำงาน ห้องน้ำ พื้นที่ส่วนกลาง หรือพื้นที่เฉพาะทางอย่าง พื้นที่อับอากาศ (Confined Space) เพื่อป้องกันความเข้าใจไม่ตรงกัน และช่วยให้ประเมินจำนวนพนักงาน อุปกรณ์ และค่าใช้บริการได้เหมาะสม

2. มาตรฐานความสะอาดที่วัดผลได้

ควรกำหนดเกณฑ์ให้ชัดเจนว่างานที่ผ่านมาตรฐานต้องมีลักษณะอย่างไร เช่น ไม่มีคราบสกปรกที่มองเห็นได้ เก็บขยะตามรอบ หรือผ่านการตรวจตาม Checklist ที่ตกลงกันไว้ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายใช้เกณฑ์เดียวกันในการตรวจงาน

3. ความถี่และตารางเวลาทำงาน

ควรระบุว่างานแต่ละประเภทต้องทำบ่อยแค่ไหน เช่น เก็บขยะทุกวัน ทำความสะอาดห้องน้ำระหว่างวัน หรือทำ Big Cleaning ทุกไตรมาส รวมถึงกำหนดช่วงเวลาเข้าทำงานให้เหมาะกับเวลาทำการของอาคาร

4. เวลาตอบสนองและแก้ไขปัญหา

SLA ควรกำหนดเวลาตอบกลับและแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน เช่น กรณีทำความสะอาดไม่เรียบร้อย พนักงานไม่มาตามกำหนด หรือมีงานเพิ่มเติม เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อเกิดปัญหา

5. ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมาย

สำหรับงานที่มีความเสี่ยง เช่น งานโรยตัวหรือทำงานในพื้นที่อับอากาศ ควรกำหนดเงื่อนไขด้านความปลอดภัย เช่น คุณสมบัติและการอบรมของพนักงาน อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และขั้นตอนการทำงานตามลักษณะงาน

6. เงื่อนไขการชดเชยเมื่อไม่เป็นไปตาม SLA

ควรระบุแนวทาง เมื่อผู้ให้บริการไม่สามารถทำตามข้อตกลง เช่น กลับมาแก้ไขงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ปรับลดค่าบริการ หรือยกเลิกสัญญาตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้

ตัวชี้วัดและ KPI ของ SLA ที่ควรวัดผล

KPI ของ SLA คือค่าที่ใช้ติดตามว่าผู้ให้บริการสามารถทำงานได้ตามมาตรฐานที่ตกลงกันไว้หรือไม่ หากมีเพียงรายละเอียดของงาน แต่ไม่มีวิธีวัดผล การประเมินก็อาจกลับไปขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย

ตัวอย่าง KPI ที่ใช้กับบริการทำความสะอาด ได้แก่

  • คะแนนความสะอาด (Cleanliness Score) จากการตรวจประเมินพื้นที่
  • อัตราการทำงานตรงเวลา (On-time Completion Rate)
  • เวลาตอบสนองเมื่อแจ้งปัญหา (Response Time)
  • จำนวนข้อร้องเรียนต่อเดือน (Complaint Rate)
  • อัตราการเข้างานของพนักงาน (Staff Attendance Rate)
  • อัตราการเกิดอุบัติเหตุ (Safety Incident Rate) โดยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยงสูง

ไม่จำเป็นต้องกำหนด KPI จำนวนมากจนติดตามได้ยาก ควรเลือกตัวชี้วัดที่สัมพันธ์กับลักษณะงานและสามารถเก็บข้อมูลได้จริง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายนำผลไปใช้ปรับปรุงการให้บริการได้

แนวทางบริหารจัดการ SLA ให้ได้ผลจริง

การมี SLA อย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าคุณภาพงานจะเป็นไปตามข้อตกลงเสมอไป สิ่งที่ควรทำต่อ คือมีการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ อาจกำหนดรอบทบทวน SLA ร่วมกันทุก 3–6 เดือน และแต่งตั้งผู้ประสานงานหลักของทั้งสองฝ่ายไว้ให้ชัดเจน เพื่อให้เมื่อเกิดปัญหาสามารถติดต่อและแก้ไขได้โดยไม่ต้องผ่านหลายขั้นตอน

อีกวิธีที่ช่วยให้เห็นภาพการทำงานได้ง่ายขึ้น คือขอรายงานผลการให้บริการเป็นรายเดือน โดยแสดง KPI ที่ทำได้เทียบกับเป้าหมาย รวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางแก้ไข

สำหรับการตรวจงาน ผู้ว่าจ้างสามารถใช้วิธีสุ่มตรวจพื้นที่ตามรอบที่กำหนด ใช้ Checklist ตามมาตรฐานใน SLA หรือสอบถามความคิดเห็นจากผู้ที่ใช้งานพื้นที่จริง แล้วนำข้อมูลเหล่านี้มาเทียบกับรายงาน KPI ของผู้ให้บริการ

ไม่จำเป็นต้องตรวจทุกจุดทุกวัน แต่ควรมีวิธีติดตามที่ทำต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นว่าคุณภาพงานเป็นอย่างไรในระยะยาว

Tips:

หากเป็นงานที่ตรวจหน้างานได้ยาก ลองขอให้ผู้ให้บริการส่งภาพถ่ายก่อนและหลังทำความสะอาดในจุดสำคัญ วิธีนี้ช่วยให้ติดตามงานได้สะดวกขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องลงพื้นที่ทุกครั้ง

ควรทำอย่างไรเมื่อผู้ให้บริการไม่ปฏิบัติตาม SLA

เมื่อพบว่างานไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ตกลงกันไว้ ควรเริ่มจากการแจ้งปัญหาเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุให้ชัดว่าปัญหาเกิดขึ้นที่จุดไหน และไม่เป็นไปตาม SLA ข้อใด พร้อมกำหนดระยะเวลาแก้ไขตามเงื่อนไขที่ระบุไว้

การเก็บหลักฐานการแจ้งปัญหาไว้จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายตรวจสอบย้อนหลังได้ และมีประโยชน์หากปัญหาเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง

หากผู้ให้บริการแก้ไขแล้วแต่ปัญหายังเกิดขึ้นอีก อาจใช้เงื่อนไขที่ระบุไว้ใน SLA เช่น ให้กลับมาทำงานซ้ำโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือปรับลดค่าบริการตามข้อตกลง

แต่หากปัญหาเกิดขึ้นต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อการใช้งานพื้นที่หรือคุณภาพบริการอย่างชัดเจน อาจพิจารณาดำเนินการตามเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาที่ตกลงกันไว้

บริการทำความสะอาดที่ให้ความสำคัญกับ SLA จาก Wow Cleaning

Wow Cleaning ให้บริการทำความสะอาดหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Big Cleaning การทำความสะอาดอาคารสูงด้วยทีมโรยตัว งานในพื้นที่อับอากาศ ไปจนถึงการทำความสะอาดหลังการก่อสร้างและรีโนเวต

สำหรับงานที่มีความเสี่ยงหรือมีเงื่อนไขเฉพาะ ทีมงานให้ความสำคัญกับการกำหนดขอบเขตงานและมาตรฐานก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจรายละเอียดตรงกัน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.วิชาชีพ) และทีมงานที่ผ่านการอบรมตามลักษณะงานที่รับผิดชอบ

Wow Cleaning พร้อมพูดคุยรายละเอียด SLA กับลูกค้าก่อนเริ่มงาน ไม่ว่าจะเป็นขอบเขตพื้นที่ มาตรฐานการทำความสะอาด ระยะเวลาการให้บริการ หรือขั้นตอนเมื่อเกิดปัญหา หากกำลังมองหา บริการทำความสะอาดจาก Wow Cleaning สามารถติดต่อทีมงานเพื่อพูดคุยรายละเอียดและประเมินงานได้โดยตรง

สรุป

SLA ช่วยให้ผู้ว่าจ้างและผู้ให้บริการเข้าใจขอบเขตงาน มาตรฐาน และความรับผิดชอบตรงกัน โดยควรกำหนดทั้งเกณฑ์การทำงาน KPI ระยะเวลาตอบสนอง และแนวทางแก้ไขเมื่อไม่เป็นไปตามข้อตกลง

ก่อนเซ็นสัญญา ควรอ่านรายละเอียด SLA ให้ครบและตรวจสอบว่าเงื่อนไขต่าง ๆ สามารถวัดผลและนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้ติดตามคุณภาพงานและจัดการปัญหาได้อย่างชัดเจนตลอดระยะเวลาการให้บริการ

FAQ

Q1: SLA กับสัญญาว่าจ้างทั่วไปต่างกันอย่างไร?

A: สัญญาว่าจ้างเน้นเงื่อนไขการจ้าง การชำระเงิน และข้อกำหนดทางกฎหมาย ส่วน SLA เน้นระดับการให้บริการ มาตรฐานงาน และตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินผลงาน

Q2: บริษัททำความสะอาดขนาดเล็กจำเป็นต้องมี SLA ไหม?

A: ควรมี โดยเฉพาะเมื่อต้องการกำหนดขอบเขตงาน มาตรฐาน และเวลาการให้บริการให้ชัดเจน เพื่อช่วยลดความเข้าใจผิดระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้ให้บริการ

Q3: ถ้า SLA ไม่ได้ระบุเรื่องความปลอดภัยไว้ ควรทำอย่างไร?

A: ควรสอบถามและขอให้ระบุเงื่อนไขด้านความปลอดภัยให้ชัดเจนก่อนเซ็นสัญญา โดยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยง เช่น งานบนที่สูงหรือพื้นที่อับอากาศ

Q4: ควรทบทวน SLA บ่อยแค่ไหน?

A: อาจกำหนดรอบทบทวนทุก 3–6 เดือน หรือทบทวนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ ขอบเขตงาน ปริมาณงาน หรือเงื่อนไขการให้บริการ

Q5: ถ้าไม่มี SLA เป็นลายลักษณ์อักษร จะเรียกร้องอะไรได้ไหมหากงานไม่ได้มาตรฐาน?

A: การไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจนอาจทำให้พิสูจน์ว่าผู้ให้บริการทำงานไม่ตรงตามข้อตกลงได้ยาก จึงควรระบุเงื่อนไขสำคัญเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บหลักฐานการสื่อสารไว้


หากกำลังมองหาบริการทำความสะอาดสำหรับอาคาร สำนักงาน หรือพื้นที่ที่มีเงื่อนไขเฉพาะ WOW Cleaning พร้อมให้บริการโดยทีมงานมืออาชีพและสามารถพูดคุยรายละเอียดขอบเขตงาน มาตรฐานการให้บริการ และ SLA ให้เหมาะกับพื้นที่ของคุณ ติดต่อทีมงานเพื่อประเมินพื้นที่และรับคำแนะนำได้เลย หรือสามารถดูบริการได้ที่ บริการรับจัดหาแม่บ้าน และบุคลากร


📱 Tel: 065-228-8282 , 094-445-6688

💬 Facebook: WOW Cleaning Management

📩 Email: sales1wowcleaning@gmail.com , kanthamonwow@gmail.com

มองหาทีมทำความสะอาดมืออาชีพอยู่ใช่ไหม?

WOW Cleaning พร้อมดูแลพื้นที่ของคุณแบบครบวงจร ประเมินราคาหน้างานฟรี

ปรึกษาเรา

บทความแนะนำ

อัปเดตเทรนด์และเคล็ดลับดีๆ จากทีมงานของเรา

บริการทำความสะอาด เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าตรงความต้องการ

บริการทำความสะอาด เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าตรงความต้องการ

บริการทำความสะอาดบ้าน คอนโด และสำนักงานมีทั้งแบบรายครั้งและแบบประจำ ค่าใช้จ่ายและขอบเขตงานจะแตกต่างกันตามประเภทพื้นที่ ความถี่ในการทำความสะอาด และงานที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

บทความ 28 ก.ย. 2569
รับทำความสะอาดอาคารสูง ขั้นตอนและวิธีเลือกบริษัทให้ปลอดภัย

รับทำความสะอาดอาคารสูง ขั้นตอนและวิธีเลือกบริษัทให้ปลอดภัย

รับทำความสะอาดอาคารสูง เป็นบริการสำหรับดูแลกระจก ผนัง และพื้นผิวภายนอกของอาคารที่มีความสูงหรือมีจุดที่เข้าถึงได้ยาก โดยต้องใช้ทีมงานที่มีทักษะด้านการทำงานบนที่สูงและการโรยตัว

บทความ 28 ก.ย. 2569
วิธีล้างคราบกาวให้หมดจด ไม่ทำลายพื้นผิวทุกชนิด

วิธีล้างคราบกาวให้หมดจด ไม่ทำลายพื้นผิวทุกชนิด

วิธีล้างคราบกาวที่เหมาะสมจึงควรเริ่มจากการดูว่า คราบติดอยู่บนวัสดุอะไร และเป็นกาวประเภทไหน จากนั้นจึงเลือกวิธีทำให้กาวอ่อนตัวก่อนค่อยเช็ดหรือขัดออกอย่างระมัดระวัง

บทความ 28 ก.ย. 2569
Facebook Line โทรศัพท์ โทรศัพท์